7ข้อดี ช่วยงานบ้านตั้งแต่เล็ก เสริมทักษะ IQ, EQ และ SQ

7ข้อดี ช่วยงานบ้านตั้งแต่เล็ก เสริมทักษะ IQ, EQ และ SQ

เหล่าคุณพ่อคุณแม่รู้หรือไม่ว่า
งานบ้านช่วยให้ลูกได้ทั้ง  IQ, EQ และ SQ

การให้ลูกช่วยงานบ้านเล็ก ๆน้อย ๆ เช่น ตากผ้า พับผ้า ล้างจาน เป็นต้น
ลูกจะได้รับความฉลาดทางปัญญา (Intelligence Quotient-IQ),
ความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Quotient-EQ) และความฉลาดทางสังคม
(Social Quotient-SQ) แต่เอ๊ะ…แล้วมันช่วยอย่างไร⁉️
🔶 ความฉลาดทางปัญญา หรือ IQ
เริ่มต้นเมื่อลูกได้รับมอบหมายให้ทำงานบ้าน
เริ่มแรกลูกจะยังไม่รู้วิธีหรือขั้นตอน
จนกว่าคุณพ่อคุณแม่จะแนะนำและให้ลูกได้ลงมือทำ
ลูกจะเรียนรู้ว่าอะไรควรทำก่อนหรือหลัง และการวางแผน
ว่าจะทำอะไร หรือต้องทำอย่างไรเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
🔶 ความฉลาดทางอารมณ์ หรือ EQ
เนื่องจากที่ลูกยังเด็ก ดังนั้น สิ่งที่เขาต้องการมีเพียงแค่
กิน เล่น และนอน แต่เมื่อเขาต้องมารับผิดชอบงานบ้าน
ซึ่งแรก ๆ ลูกอาจจะรู้สึกสนุก แต่นาน ๆ ไป
อาจจะทำให้เริ่มเบื่อและไม่รู้สึกสนุกที่จะทำต่อไป
แต่…เมื่อเขาได้ทำงานบ้านจะทำให้เกิดการเรียนรู้เรื่องการจัดการกับอารมณ์ของตนเอง
และจัดการวางแผนงานเพื่อให้งานเสร็จลุล่วงไปด้วยดี
🔶 ความฉลาดทางสังคม หรือ SQ
เมื่อลูกเรียนรู้ว่ามีอีกหนึ่งหน้าที่ในชีวิตที่เขาต้องทำคือ
การช่วยงานบ้าน สิ่งนี้จะทำให้เขาเข้าใจและ
เห็นอกเห็นใจผู้อื่นเพราะเค้าเคยผ่านงานดังกล่าวมาก่อน
และที่สำคัญลูกจะรู้จักวิธีการเข้าหาคนอื่นด้วยวิธีที่เหมาะสม
.
ถ้าอย่างนั้น เรามาเช็คลิสต์ 7 ข้อดี ของการที่เด็ก ๆ ช่วยทำงานบ้านกันดีกว่าค่ะ

  1. ช่วยพัฒนาระบบความคิดและการวางแผน
    หลายครั้งที่งานบ้านบางอย่าง อาจมีหลายขั้นตอน เช่น การเช็ดกระจก ก็ถือเป็นการช่วยส่งเสริม IQ ให้ เด็ก ๆ ซึ่งทำให้เด็ก ๆ รู้จักวางแผนจัดลำดับความสำคัญว่าควรทำอะไรก่อนอะไรหลัง และสามารถนำไปปรับใช้กับการเรียนหนังสือ รวมถึงการทำข้อสอบ เป็นต้น
    .
  2. สร้างวินัยและรู้จักความผิดชอบในหน้าที่
    การมอบหมายหน้าที่ให้ลูกทำงานบ้านที่ต้องทำเป็นประจำทุกวัน ก่อนที่จะไปเล่นข้างนอกหรือทำกิจกรรมอย่างอื่น เพื่อให้ลูกรู้จักความรับผิดชอบต่อหน้าที่ รวมถึงเป็นการฝึกวินัยและการยับยั้งชั่งใจไปในตัว ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวกระตุ้นและส่งเสริมให้ลูกมีพัฒนาการด้าน EQ ที่จะมีติดตัวลูกน้อยไปจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่
    .
  3. ส่งเสริมพัฒนาการในด้านต่าง ๆ
    การทำงานบ้านจะส่งเสริมพัฒนาการของเด็กด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น พัฒนาการด้านร่างกาย หรือ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยผ่านงานที่ได้รับมอบหมา เช่น การนำผ้าไปตาก การเก็บที่นอน เก็บรองเท้า หรือเก็บของเล่นที่นำออกมาเล่น การที่ลูกน้อยฝึกสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ จะช่วยในการส่งเสริมทักษะทางด้าน IQ และ EQ ให้เด็กได้รู้จักฝึกคิดและฝึกอารมณ์ในการแก้ไขปัญหาในการทำงานบ้านผ่านสถานการณ์จริง
    .
  4. สร้างสมาธิและการช่างสังเกต
    การทำงานบ้านหลาย ๆ อย่างต้องอาศัยการประสานกันระหว่างสายตาที่มองสิ่งของ กับมือที่หยิบจับ เช่น กวาดบ้าน ถูบ้าน ทำให้เด็กโฟกัสกับงานที่ทำ รวมถึงมีความช่างสังเกต รู้ว่าของอะไรในบ้านอยู่ตรงไหน หรือมีอะไรอยู่ผิดที่ผิดทาง เขาจะสามารถจัดการมันให้กลับมาเป็นระเบียบเหมือนเดิมได้ สิ่งนี้จะช่วยให้เด็กได้พัฒนาสมองของตนเองด้าน IQ จากการฝึกคิด และ สังเกตุการณ์ เพื่อส่งเสริมอารมณ์ด้าน EQ ให้มีสมาธิที่ดีและฝึกเป็นคนใจเย็นในการหาสิ่งของให้พบได้
    .
  5. ปลูกฝังจิตอาสา
    งานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ลูกเป็นฝ่ายอาสาที่จะรับผิดชอบหรือช่วยเหลือคุณพ่อคุณแม่ นับเป็นการปลูกฝังเรื่องจิตอาสาและเป็นการสอนให้ลูกรู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น โดยเอาใจเขามาใส่ใจเรา ซึ่งการปลูกฝั่งทางด้านจิตอาสานั้นถือเป็นการส่งเสริมทักษะทางด้าน SQ ให้กับลูก ๆ ของคุณในการช่วยเหลือผู้อื่
    .
  6. สอนให้รู้จักความอดทน
    งานบ้านเป็นสิ่งที่ต้องทำซ้ำ ๆ ซึ่งแรก ๆ ลูกอาจจะรู้สึกสนุก แต่นาน ๆ ไปอาจจะทำให้ลูกเริ่มเบื่อและไม่รู้สึกสนุกที่จะทำต่อไป ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรสอนให้ลูกรู้ว่างานบางอย่างถึงแม้จะน่าเบื่อ แต่เมื่อได้รับมอบหมายแล้ว ลูกก็ควรตั้งใจและมีความอดทน การที่ฝึกฝนสิ่งเหล่านี้เป็นประจำ ถือเป็นการส่งเสริมทักษะทางด้าน EQ ให้กับลูกน้อยของคุณ ให้ได้ฝึกจัดการกับอารมณ์ของตนเองในด้านของความอดทน
    .
  7. สอนให้รู้จักกำหนดเป้าหมาย
    งานทุกอย่างล้วนมีเป้าหมายเสมอ ทำให้เด็กสามารถเรียนรู้ได้ว่า เมื่อเขาทำสิ่งนี้เสร็จก็ต้องทำสิ่งอื่นต่อจากที่ทำเสร็จแล้ว และเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยก็จะถึงเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการใช้ชีวิตให้มีความสุขและประสบความสำเร็จ รวมไปถึงลูกน้อยของคุณจะได้รับการส่งเสริมทักษะทางด้าน IQ ที่จะช่วยให้ลูกน้อยของคุณได้รู้จักฝึกการวางแผนของตนเอง