วิธีการปกป้องลูกน้อยจากเหตุการณ์อันตราย

วิธีการปกป้องลูกน้อยจากเหตุการณ์อันตราย

วิธีการปกป้องลูกน้อยจากเหตุการณ์อันตราย

ในช่วงที่ผ่านมา มีข่าวเกี่ยวกับความรุนแรงเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทำให้หลายๆ ครอบครัวเริ่มตระหนักและตื่นตัวที่จะเรียนรู้วิธีการเอาตัวรอดในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยเฉพาะครอบครัวที่มีลูกเล็ก ‼️
วันนี้เรามีข้อแนะนำวิธีการปกป้องลูกน้อยจากเหตุการณ์อันตรายมาฝากค่ะ

  1. ตั้งสติให้เร็วที่สุด
    เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย เป็นธรรมดาของคนเรา ที่จะตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก พ่อและแม่จึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้ลูกน้อยรู้สึกมั่นใจและปลอดภัย ดังนั้นสิ่งที่จะช่วยครอบครัวของเราให้รอดจากความเป็นความตายมากที่สุด ก็คือการตั้งสติ หรือ ดึงสติ กลับมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และต้องสร้างความมั่นใจให้กับลูกว่า ลูกจะปลอดภัยหากลูกอยู่กับพ่อแม่อย่างมีสติและปฏิบัติตามคำเตือนของพ่อแม่ ซึ่งจะช่วยลดความกลัวของลูกได้
  2. หนีให้เร็วที่สุด
    การหนี คือสิ่งที่ควรทำที่สุดในสถานการณ์นี้เมื่อต้องหนี ต้องเลือกทิ้งสัมภาระที่ไม่จำเป็นออกเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการหลบหนี หากมีลูกเล็กรีบอุ้มชิดติดตัวและพาหนีออกไป แต่ในกรณีที่มีลูกหลายคน คุณพ่อคุณแม่ต้องวางแผนให้ดีว่าใครจะอุ้มคนไหน แต่ถ้าลูกโตพอที่จะวิ่งหรือเดินเองได้แล้ว ให้รีบจับมือให้มั่นแล้วพากันวิ่งไปห้ามปล่อยมือเด็ดขา

  3. หาที่หลบภัย
    หากไตร่ตรองแล้วว่าไม่สามารถหนีได้ทัน ให้รีบหาที่หลบภัยในทันที ห้าม!! หลบในห้องน้ำ หรือหลบในห้องโล่ง ๆ ที่ไม่มีที่กำบัง เมื่อเลือกที่หลบได้แล้วให้หาของหนัก ๆ มากั้นหรือบังประตูไว้ รีบปิดไฟหรือปิดม่านหลบในที่กำบัง และที่สำคัญต้องไม่ลืมที่จะปิดเสียง-ปิดสั่น-ปิดแสงจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือและของเล่นของลูก 
    พยายามควบคุมให้เด็ก ๆ อยู่ในความสงบ ไม่หวาดกลัวต่อสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้ น้ำและขนมจำเป็นต้องมีติดกระเป๋าไว้เวลาออกนอกบ้านทุกครั้งเพราะหากเด็กเริ่มหิวหรือง่วง อาจจะงอแงขึ้นมาโดยที่เราไม่อาจควบคุมได้ทัน
  4. ติดต่อขอความช่วยเหลือ
    ในโทรศัพท์ของคุณ ควรบันทึกเบอร์โทรฉุกเฉินไว้ เพื่อขอความช่วยเหลือในยามคับขัน เบอร์สำคัญที่ต้องมี คือ 191
  5. หากิจกรรม เพื่อลบภาพติดตาจากเหตุกาณ์รุนแรง
    เมื่อรอดพ้นออกมาจากสถานการณ์เลวร้ายได้แล้ว สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องทำคือ การพาลูกไปรับการรักษาหรือเยียวยาให้เร็วที่สุด โดยอาจจะพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายว่าได้รับบาดเจ็บตรงไหน หรือพบจิตแพทย์เพื่อบำบัดสภาพจิตใจ ไม่ให้หวาดกลัวหรือหวาดผวาต่อเนื่อง นอกจากนี้ พยายามหากิจกรรมให้ลูกน้อยทำ เพื่อลบภาพติดตาจากเหตุการณ์รุนแรงที่ผ่านมา โดยอาจหากิจกรรมที่ลูกน้อยชื่นชอบ หรือพาไปเที่ยว สวนสนุก สวนสัตว์ สถานที่ทำให้ลูกน้อย สนุกสนานจนลืมภาพติดตาที่ติดในใจเด็กเองจากเหตุการณ์รุนแรงที่ผ่านมา